ในซีซัน 4 และซีซัน 5 ที่เป็นบทสรุป Babylon Berlin ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่มืดมนและดุเดือดที่สุด ดัดแปลงจากนิยาย Goldstein ของ โฟลเกอร์ คุตเชอร์ เรื่องราวพาผู้ชมเข้าสู่ฤดูหนาวปี 1930–1931 เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจ Great Depression ทำลายล้างชนชั้นกลางเยอรมันจนย่อยยับ

ยุคแห่งดนตรีแจ๊สจบลงแล้ว กลายเป็นการปะทะกันอย่างนองเลือดตามท้องถนนระหว่างกลุ่มคอมมิวนิสต์และกองกำลังเสื้อน้ำตาล (SA) ของพรรคนาซี

ศึกมาเฟียข้ามทวีป: เอบราแฮม โกลด์สตีน

ชนวนเหตุสำคัญในซีซัน 4 คือการมาเยือนของ เอบราแฮม โกลด์สตีน (มาร์ก อิวาเนียร์) มือสังหารจากองค์กรมาเฟียในนิวยอร์ก ที่เดินทางมาเบอร์ลินเพื่อทวงคืนเพชรประจำตระกูล การมาของเขาทำลายสนธิสัญญาสงบศึกระหว่างแก๊งอาชญากร Ringvereine ที่นำโดย "ดิ อาร์เมเนียน"

  • เวทีมวยใต้ดิน: สังเวียนมวยเถื่อนกลายเป็นสถานที่เจรจาผลประโยชน์ระหว่างมาเฟียและนายทุนใหญ่
  • การแฝงตัวของเกเรออน ราธ: ราธต้องสวมเครื่องแบบเสื้อน้ำตาลของกลุ่ม SA เพื่อสืบข่าวกรอง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชาร์ลอตต์ไปสู่จุดแตกหัก

กบฏสเตนเนส และจุดจบของไวมาร์

ความยอดเยี่ยมทางประวัติศาสตร์คือการจำลองเหตุการณ์ กบฏสเตนเนส (เมษายน 1931) เมื่อ วอลเธอร์ สเตนเนส นำกองกำลัง SA ในเบอร์ลินลุกฮือต่อต้านฮิตเลอร์ การสะท้อนความขัดแย้งภายในกลุ่มฟาสซิสต์ช่วยให้เห็นภาพความวุ่นวายก่อนการขึ้นสู่อำนาจเบ็ดเสร็จ

ซีรีส์กำลังพาผู้ชมไปสู่จุดจบอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงพยายามไขคดีฆาตกรรมรายบุคคล ในประเทศที่กำลังมุ่งหน้าสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์