ฉากจบซีซันแรกของ Severance ทิ้งค้างไว้ด้วยความระทึกระดับตำนาน เมื่อคำพูดว่า "เธอยังมีชีวิตอยู่!" หลุดจากปากของ มาร์ก สเกาต์ (อดัม สก็อตต์) ก่อนที่ มิลชิก จะพุ่งเข้าตัดสัญญาณสวิตช์ Overtime Contingency ยุติการเชื่อมต่อระหว่างโลกภายนอกและโลกภายใน
ในซีซัน 2 ผู้กำกับ เบน สติลเลอร์ และผู้สร้าง แดน เอริกสัน ไม่ได้ทำให้เรื่องราวจบลงง่ายๆ แต่กลับพาผู้ชมเข้าสู่มาตรการกักกันระดับสูงสุดของบริษัท ลูมอน อินดัสตรีส์
โปรโตคอล Cold Harbor: ปราการสำรองของลูมอน
การก่อกบฏของแผนก Macrodata Refinement (MDR) ทำให้บอร์ดบริหารของลูมอนตระหนักว่า ระบบควบคุมจิตสำนึกเดิมมีช่องโหว่ จึงได้เปิดใช้งาน โปรโตคอล Cold Harbor:
- การแยกส่วนขั้นเด็ดขาด: ลูมอนติดตั้งประตูนิรภัยไบโอเมตริกซ์และสนามแม่เหล็กไฟฟ้าตัดสัญญาณระหว่างแผนกอย่างถาวร
- ปริศนาศูนย์ทดลอง Cold Harbor: ข้อมูลลับบ่งชี้ว่าสำนักงานใหญ่ในเพนซิลเวเนียเป็นเพียงหนึ่งในพื้นที่ทดลอง โดย Cold Harbor คือศูนย์วิจัยในเขตหนาวเหน็บที่พัฒนาชิปความจำสำหรับชนชั้นนำ
- อำนาจเบ็ดเสร็จของมิลชิก: หลังการถูกปลดของ ฮาร์โมนี โคเบล มิลชิกเข้ามากุมอำนาจบนชั้นทำงานอย่างเด็ดขาด โดยซ่อนความโหดเหี้ยมไว้ใต้รอยยิ้มและการเต้นรำชวนขนลุก
สมาชิกใหม่ในแผนก MDR: คนแปลกหน้าในคอกเดิม
เมื่อมาร์กในก้าวเข้าสู่ห้องทำงานเดิม เขาพบว่าเพื่อนร่วมทีมเก่าหายไปหมด เฮลลี่ อาร์ ถูกครอบครัวอีแกนนำตัวกลับไป Irving กำลังเผชิญกับการลบความจำ และมีเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหม่เข้ามาแทนที่ (นำโดยนักแสดงรับเชิญอย่าง เกวนโดลีน คริสตี้)
มาร์กต้องสืบหาว่าใครในกลุ่มคนใหม่ที่เป็นมิตร และใครเป็นสายลับขององค์กร พร้อมหาทางส่งสัญญาณออกไปหามาร์กร่างนอก ผู้ซึ่งบัดนี้รู้ความจริงแล้วว่า เจมม่า ภรรยาที่คิดว่าตายไปแล้ว แท้จริงแล้วถูกขังอยู่ใต้ตึกนี้ในฐานะ "คุณเคซีย์"