ในซีซันแรกของ Squid Game ข้อตกลงข้อที่ 3 ที่ระบุว่าเกมจะยุติลงได้หากเสียงส่วนใหญ่โหวตให้หยุด คือกับดักทางปรัชญาที่สะเทือนใจที่สุด เมื่อผู้เล่นตัดสินใจกลับบ้าน แต่พบว่าโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยหนี้สินนั้นโหดร้ายยิ่งกว่าสังเวียนเอาชีวิตรอด จนต้องยอมกลับเข้ามาในเกมด้วยความสมัครใจ

แต่ในซีซัน 2 ฟรอนต์แมน (อีบยองฮอน) ได้ยกระดับความเหี้ยมเกรียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการนำ ระบบโหวต OX หลังจบทุกเกม มาใช้

กลไกการโหวตซ้ำซาก: การสร้างความแตกแยกให้กลายเป็นความบันเทิง

แทนที่จะปล่อยให้ผู้เล่นร่วมมือกัน ฟรอนต์แมนกลับบังคับให้ทุกคนต้องแสดงจุดยืนทันทีที่รอดชีวิตจากแต่ละด่าน:

  • การแบ่งขั้ว O และ X: ผู้เล่นต้องก้าวออกไปยืนบนแท่นไฟสีน้ำเงิน 'O' เพื่อเล่นต่อ หรือสีแดง 'X' เพื่อขอยุติเกมและแบ่งเงินรางวัลที่สะสมไว้
  • เงินรางวัลที่พอกพูน: ยิ่งมีคนตายมากเท่าไร เงินในกระปุกหมูยักษ์ยิ่งเพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านวอน ทำให้การโหวต 'O' ดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ความพยายามของกีฮุน: ซองกีฮุน (อีจองแจ) หรือผู้เล่นหมายเลข 456 พยายามเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนกด X เพื่อรักษาชีวิต แต่เสียงของเขากลับถูกกลืนหายไปท่ามกลางความโลภและความสิ้นหวัง

เมื่อประชาธิปไตยกลายเป็นอาวุธ

ความชาญฉลาดของระบบโหวต OX คือการทำให้ผู้เล่นมองหน้ากันเองเป็นศัตรู มากกว่าที่จะมองผู้คุมชุดสีชมพู:

1. ฝ่ายละโมบ (O): ผู้เล่นที่ต้องการเล่นต่อจนได้เงินก้อนโต มองว่าคนที่โหวต X คือพวกขัดลาภที่กำลังจะทำให้พวกเขาได้เงินกลับไปไม่พอใช้หนี้ 2. ฝ่ายมนุษยธรรม (X): ผู้เล่นที่ตื่นตระหนกและต้องการมีชีวิตรอดกลับบ้าน นำโดยกีฮุน 3. สงครามในหอนอนยามค่ำคืน: ผลการโหวตนำไปสู่การลอบสังหารกันเองในเวลากลางคืน เพื่อกำจัดขั้วตรงข้ามและเปลี่ยนผลคะแนนก่อนเริ่มเกมรอบถัดไป

ระบบโหวต OX ในซีซัน 2 สะท้อนภาพการเมืองร่วมสมัยได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อความยากจนบีบคั้นให้มนุษย์ใช้สิทธิ์ประชาธิปไตยเพื่อทำลายล้างซึ่งกันและกัน